Travel

“ซงโด” ยูโทเปียสีเขียวแห่งอนาคต

“ซงโด” (Songdo) เมืองที่ถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งอนาคต” และบ้างก็ว่าเป็น “ยูโทเปียแห่งเทคโนโลยี” ของประเทศเกาหลีใต้

รถโดยสารขนาดกะทัดรัดเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วคงที่บนถนนคอนกรีตแปดเลน หลังออกเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่เขตวอลมิโด เมืองอินชอน ใช้เวลาประมาณ 40 นาที สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในเกาหลีใต้ก็ทอดตัวให้เห็นอยู่ในกรอบสายตา เป็นสัญญาณว่าเรากำลังเข้าสู่ “ซงโด” (Songdo) เมืองที่ถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งอนาคต” และบ้างก็ว่าเป็น “ยูโทเปียแห่งเทคโนโลยี” ของประเทศเกาหลีใต้

Print

ตึกสูงที่เรียงตัวตระหง่าน ย่านร้านค้า และสวนสาธารณะ สิ่งเหล่านี้กระจายตัวกันอย่างเป็นระเบียบ เมื่อรวมเข้ากับถนนเส้นใหญ่ที่ไร้วี่แววการจราจรติดขัด เมืองทั้งเมืองจึงดูปลอดโปร่งสะอาดตา ซงโดถูกออกแบบให้เป็นเมืองใหม่ที่ “ฉลาด” และเติบโตอย่าง “ยั่งยืน” กลยุทธ์มากมายจึงถูกนำมาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ อาคารมากกว่า 100 แห่งในเมืองใหม่นี้จึงสร้างขึ้นตามมาตรฐาน “ลีด” (Leadership in Energy and Environmental Design: LEED) ที่ได้รับการรับรองจากสภาอาคารสีเขียวของสหรัฐอเมริกา ในฐานะสิ่งปลูกสร้างที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยหน้าต่างภายในอาคารทุกแห่งจะใช้กระจกกรองรังสียูวีเพื่อช่วยลดความร้อน หลอดไฟเป็นชนิดแอลอีดีที่ช่วยประหยัดพลังงาน ส่วนเครื่องปรับอากาศเป็นระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าระบบระบายความร้อนด้วยอากาศอย่างที่ใช้กันในอาคารบ้านเรือนทั่วไป ทั้งยังนำระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์เข้ามาใช้ ซึ่งช่วยลดการเผาผลาญพลังงานของอาคารลงได้ถึงร้อยละ 30

นอกจากความพยายามลดการใช้ทรัพยากร ซงโดยังสร้างแหล่งพลังงานหมุนเวียนด้วยการติดตั้งระบบขนส่งขยะโดยใช้ท่อลมอัด อพาร์ตเมนต์ที่พักอาศัยและอาคารสำนักงานทั่วเมืองถูกเชื่อมเข้าด้วยกันผ่านท่อใต้ดินที่ทำหน้าที่ดูดขยะไปสู่โรงกำจัดขยะ เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดแยก รีไซเคิล ฝัง หรือเผา เพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงต่อไป เราจึงไม่มีทางได้เห็นภาพรถเก็บขยะคันใหญ่วิ่งวนส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั่วเมือง

Print

หากแทนพื้นที่ต่างๆ ของเกาหลีใต้ด้วยสีสัน โซล คือเมืองที่สดใสฉูดฉาด ชวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตคนเมืองหลวง ศึกษาประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และเสพศิลปะบันเทิง ในขณะที่ ซงโด คือโทนสีของธรรมชาติ เรียบง่ายสบายตา เพราะกว่าร้อยละ 40 คือพื้นที่สีเขียว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีจำนวนพื้นที่สีเขียวมากที่สุดในโลก ทั้งยังเพิ่มความเป็นมิตรต่อธรรมชาติด้วยทางจักรยานยาวถึง 25 กิโลเมตร และสถานีบริการเติมพลังงานสำหรับยานพาหนะที่ใช้ระบบไฟฟ้า ซึ่งตั้งกระจายอยู่ทั่วเมือง

songdo1_1

เมืองอันชาญฉลาดแห่งนี้วางตัวอยู่ล้อมรอบ “สวนเซ็นทรัลพาร์ค” สวนสาธารณะขนาด 250 ไร่ที่มีต้นแบบมาจากสวนเซ็นทรัลพาร์คในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เมื่อเดินไปตามทางเท้าที่ทอดยาวอยู่รอบสวน สีเขียวชอุ่มของพืชพรรณธรรมชาติก็ช่วยให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างไม่ยากเย็น สวนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของคลองน้ำเค็มที่มีระบบบำบัดตัวเองทุก 24 ชั่วโมง โดยการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากคลองเวนิซ ประเทศอิตาลี อีกทั้งบริเวณรอบนอกสวนยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกอย่างหลากหลาย เซ็นทรัลพาร์คจึงมักคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาพักผ่อน ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่างๆ กับครอบครัวในช่วงสุดสัปดาห์

ฮยอนซอก ชิน นักศึกษามหาวิทยาลัยยอนเซ วัย 25 ปี เล่าว่าเขาและครอบครัวย้ายจากโซลมาอยู่ซงโดได้ประมาณสี่ปีแล้ว ความแตกต่างอย่างชัดเจนที่สุดระหว่างบ้านหลังเก่ากับหลังปัจจุบันคือสภาพแวดล้อม เนื่องจากอาคารและสถาปัตยกรรมต่างๆ ในซงโดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและทันสมัย ระบบขนส่งสาธารณะภายในเมืองไม่แออัด ทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมากมาย แม้จะยังไม่เทียบเท่ากับเมืองหลวง แต่เขามองว่านอกจากทัศนียภาพอันสวยงามแล้ว ซงโดยังมอบอากาศที่ปลอดโปร่งสดชื่นให้แก่ผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจหาได้จากในโซล

“ข้อดีเหล่านี้ช่วยให้ประชากรในเมืองได้ใช้เวลากับตัวเองมากขึ้น มีเวลาผ่อนคลายจากภาระปัญหาที่พบเจอในชีวิตประจำวัน ผมเชื่อว่าซงโดเป็นเมืองที่ประสบความสำเร็จในแง่ของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร”

เมื่อมองเมืองใหม่แห่งนี้ผ่านสายตาของคนไทย สมปรารถนา พวงไพโรจน์ นักศึกษามหาวิทยาลัยยอนเซ วัย 18 ปี กล่าวว่าเธอชอบความเป็นชนบทที่ไม่ชนบทของซงโด เพราะแม้ว่าจะอยู่ในต่างจังหวัด แต่เมืองนี้ก็มีครบทุกอย่างที่ต้องการ ทั้งยังทันสมัย ผังเมืองแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างมีระเบียบ ไม่อึดอัดวุ่นวายอย่างในโซล เธอจึงมองว่าซงโดเป็นเมืองที่เหมาะแก่การมาอยู่อาศัยในระยะยาว เห็นได้จากการที่มีครอบครัวใหม่ย้ายเข้ามาปักหลักกันเป็นจำนวนมาก
และหากเป็นไปได้เธอก็อยากให้ประเทศไทยศึกษารูปแบบการบริหารจัดการเพื่อนำไปปรับใช้ในอนาคต “กรุงเทพฯ สร้างมานานมากแล้ว ผังเมืองต่างๆ ก็ไม่เรียบร้อย ยากต่อการจัดการ การสร้างเมืองใหม่ที่มีความพร้อมมากกว่าขึ้นมาจะช่วยแบ่งเบาผู้คนจากความอึดอัดในเมืองหลวงได้”

แม้ซงโดจะประกอบสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีมากมาย มีตึกสูงระฟ้าที่ถูกออกแบบอย่างล้ำสมัย แต่เมืองใหม่แห่งนี้กลับฝากความรู้สึกสงบและสดชื่นไว้ให้แก่ผู้มาเยือนได้อย่างน่าประทับใจ เป็นที่น่าจับตามองของชาวโลกต่อไปว่า หลังจากทั้งเมืองสร้างเสร็จสิ้นในปี ค.ศ.2020 ซงโดจะกลายเป็นยูโทเปียที่ทั้ง “ชาญฉลาด” และ “ยั่งยืน” ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากน้อยเพียงใด

%d bloggers like this: