Art & Culture

คุณค่าสถาปัตยกรรมยุคสมัยใหม่ คุ้มค่าไหมกับการเก็บรักษา

อาคารคอนกรีตสูงรูปทรงเรขาคณิตเรียบง่ายแปลกตาตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลา ดูแล้วทำให้หวนนึกถึงวันวานแสนหวานช่วงปี 2510 ของกรุงเทพฯ ที่ในเวลานั้นความเจริญรุ่งเรืองกำลังค่อยๆ คืบคลานเข้ามาสู่ประเทศ

อาคารคอนกรีตสูงรูปทรงเรขาคณิตเรียบง่ายแปลกตาตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลา ดูแล้วทำให้หวนนึกถึงวันวานแสนหวานช่วงปี 2510 ของกรุงเทพฯ ที่ในเวลานั้นความเจริญรุ่งเรืองกำลังค่อยๆ คืบคลานเข้ามาสู่ประเทศ

ตัวอย่างเช่น อาคารโชคชัย ซึ่งประดับประดาด้วยกระจกที่อยู่บนถนนสุขุมวิท หรือ อาคารดุสิตธานีที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณแยกสีลมและเป็นดั่งสัญลักษณ์ของสถาปัตยกรรมยุคสมัยใหม่ แต่อาคารรูปทรงแปลกตาเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นสิ่งแปลกแยก เพราะเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป อาคารสูงอาจมีคุณค่าทางกาลเวลาแต่ไร้คุณค่าทางเศรษฐกิจ การรื้อถอนเพื่อสร้างอาคารที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคปัจจุบันมากกว่าจึงเป็นคำตอบ

ผศ.ดร. พีรศรี โพวาทอง อาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่า อาคารสถาปัตยกรรมยุคสมัยใหม่ที่กำเนิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 เช่น อาคารโชคชัย มีคุณค่าทั้งในแง่ของวัฒนธรรมและการเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ แต่ด้วยอายุตึกที่สร้างมาแล้วอย่างน้อย 50 ปี มาตรฐานสำนักงานหรือระบบปรับอากาศทั้งหมดจึงไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงอาจจะไม่ผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงไม่คุ้มค่าเท่าการทุบแล้วสร้างใหม่

“เราต้องอยู่กับความเป็นจริงว่าคุณค่าก็เรื่องหนึ่งแต่เรื่องการอนุรักษ์ถ้าราคาไม่คุ้มกับการเก็บก็ยาก” ผศ.ดร. พีรศรีกล่าว

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อาคารเก่าจะไม่ถูกเก็บเอาไว้ เพราะคงไม่มีใครอยากที่จะเก็บอาคารเก่าที่ไม่ทันสมัยและไม่เอื้อต่อการใช้งาน แต่ก็ยังมีผู้เห็นว่าอาคารเก่าเหล่านี้มีความสำคัญในทางศิลปะและวัฒนธรรมไม่น้อยเลยภาย


อาคารโมเดิร์นเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศนั้นมันเติบโตขึ้นมาอย่างไร มันเป็นหลักฐานให้เห็นว่าคุณผ่านอะไรมาบ้าง คุณมีรากฐานอย่างไร มันเป็นเรื่องของความทรงจำที่คนมีกับมัน 


 

หนังสือ สถาปัตยกรรมโพสต์โมเดิร์น: จากสถาปัตยกรรมซื่อบื้อถึงสถาปัตยกรรมอะไรก็ได้  ของ วิมลสิทธิ์ หรยางกูร ให้นิยามสถาปัตยกรรมยุคสมัยใหม่ไว้ว่า “Less is more” โดยเน้นการออกแบบที่เรียบง่าย วิมลสิทธิ์อธิบายว่า หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกและเข้ามาสู่เมืองไทยช่วงปี 2510 โดยกลุ่มสถาปนิกนักเรียนนอกที่ต้องการนำความทันสมัยเข้ามาสู่ประเทศไทย ด้วยเหตุนี้อาคารสูงรูปทรงเรขาคณิตไร้การประดับตกแต่งแบบหวือหวาจึงถือกำเนิดขึ้นใจกลางกรุงเทพมหานคร

อ.ชัยบูรณ์ ศิริธนะวัฒน์ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่าปัญหาของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เริ่มตั้งแต่นิยามที่ใช้เรียก เนื่องจากชื่อของสถาปัตยกรรมยุคนี้ไม่ว่าจะในภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยนั้นมีความหมายว่า ‘ความใหม่’ แต่ในความจริงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่กล่าวถึงนั้นเป็นการพูดถึงสถาปัตยกรรมของศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านจุดสูงสุดของยุคสมัยใหม่แล้ว นิยามนี้จึงทำให้รู้สึกว่าสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ยังไม่เก่าพอและไม่ทรงคุณค่าพอที่จะรักษาเอาไว้

นอกจากปัญหาเรื่องนิยามแล้วยังมีประเด็นทางวัฒนธรรม อ.ชัยบูรณ์อธิบายว่า เนื่องจากสถาปัตยกรรมสมัยใหม่นั้นมีอีกชื่อเรียกว่า International style (รูปแบบนานาชาติ) โดยที่ชื่อก็ระบุชัดเจนแล้วว่าเป็นการออกแบบที่มีความเป็นสากลและได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่ปัจจุบัน หลายประเทศในโลกมีการกีดกันการค้า โดยมีที่มาจากปัญหาสงครามในตะวันออกกลางจนทำให้เกิดการอพยพลี้ภัยในยุโรป หลายประเทศในยุโรปจึงเปลี่ยนนโยบายมาสู่ ‘ชาตินิยมเอกลักษณ์’ จึงเป็นปฏิปักษ์กับการรักษาคุณค่าของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่

เมื่อสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เหล่านี้ไร้ความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ คุณค่าจึงน้อยลง คำถามคือยังมีปัจจัยใดอีกที่ทำให้สถาปัตยกรรมยุคนี้ไม่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้

ผศ.ดร. เทียมสูรย์ สิริศรีศักดิ์ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ในเมืองไทยที่จะได้รับการอนุรักษ์จะเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แต่ไม่ให้ความสำคัญกับคนหรือชุมชนเลย

“อาคารโมเดิร์นเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศนั้นมันเติบโตขึ้นมาอย่างไร มันเป็นหลักฐานให้เห็นว่าคุณผ่านอะไรมาบ้าง คุณมีรากฐานอย่างไร มันเป็นเรื่องของความทรงจำที่คนมีกับมัน ถ้าเราไม่มีความทรงจำกับมัน ก็ไม่มีวันที่เราเห็นคุณค่าของมัน และถ้าเราเก็บมัน ก็คือเราให้ความสำคัญกับความทรงจำชุดนั้น”

ถ้าเราให้ความสำคัญกับความทรงจำนั้นมากๆ คนจะผูกพันมากเกิน แล้วเกิดสิ่งที่ ‘เขา’ ไม่อยากให้เกิด เลยต้องจำกัดความทรงจำของผู้คน เพราะไม่เช่นนั้นผู้คนจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับการพัฒนา คุณจะไม่ยอมรับอะไรใหม่ๆ คุณไม่ยอมรับระบบเวนคืน คุณไม่ยอมรับตึกสูง มันทุกเรื่องเลย” ผศ.ดร. เทียมสูรย์ กล่าว

เมื่อสถาปัตยกรรมยุคสมัยใหม่ยังไม่มีคุณค่ามากพอในไทย การรื้อถอนจึงเกิดขึ้น อาจมีคนบางกลุ่มที่รู้สึกเสียดายและพยายามรักษา แต่บางกลุ่มก็รู้สึกว่า ตึกเหล่านั้นไม่มีคุณค่ามากพอ จึงไม่เห็นควมจำเป็นที่จะต้องเก็บรักษาไว้

“ถ้าหากสามารถรักษาตึกเก่าที่มีสถาปัตยกรรมยุคสมัยใหม่เอาไว้ได้ก็คงเป็นการดี แต่จากปัจจัยหลายๆอย่างทำให้การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมยุคสมัยใหม่นั้นเป็นการยากที่จะรักษาได้อย่างสมบูรณ์แบบ สุดท้ายการอนุรักษ์อาจไม่ได้อยู่แค่คำว่าคงสภาพเดิม เพราะรูปภาพหรือเอกสารข้อมูลก็เป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์สิ่งที่เลือนหายไปเช่นกัน” ผศ.ดร. พีรศรีกล่าว

 

%d bloggers like this: