News

ตัวแทนเครือข่ายไม่เอาโรงไฟฟ้ากระบี่-เทพาเข้าพบยูเอ็น ร่วมถกประเด็นผลกระทบ ย้ำต้องการเวทีพูดคุยหาทางออก

ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายต่อต้านไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพาเข้าพบองค์การสหประชาชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือประเด็นผลกระทบระยะยาว ย้ำทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรร่วมจัดเวทีพูดคุยเพื่อหาทางออก

เรื่อง: ปัทมา คืนตัก, ชนนิกานต์ แก้วแก่นเพชร

ภาพ: เมธาวจี สาระคุณ

IMG_1088 copy
ชาวบ้านเทพา-กระบี่ ปักหลักชุมนุมหน้าองค์การสหประชาชาติเป็นวันที่ห้า

ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายต่อต้านไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพาเข้าพบองค์การสหประชาชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือประเด็นผลกระทบระยะยาว ย้ำทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรร่วมจัดเวทีพูดคุยเพื่อหาทางออก

เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ 16 ก.พ. 2561 ประชาชนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน และเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งปักหลักแสดงจุดยืนอยู่ที่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (UN) เข้าพูดคุยกับตัวแทนจากองค์การสหประชาชาติ หน่วยงานธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เพื่ออธิบายถึงผลกระทบระยะยาวด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา และ จ.กระบี่ หากดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ด้าน ดิเรก เหมนคร ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพกล่าวว่า ในการพูดคุยนั้นทางองค์การสหประชาชาติมีท่าทีเห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวเพื่อยุติการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะสวนทางกับวิถีที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกกำลังผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อม พร้อมชี้ว่าไม่เห็นด้วยกับคำโฆษณาชวนเชื่อที่ว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นพลังงานสะอาด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

ดิเรกย้ำว่า ผู้ชุมนุมต้องการเวทีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สนับสนุน ผู้คัดค้าน และนักวิชาการ เพื่อร่วมกันหาทางออกในประเด็นนี้ “บรรยากาศการพูดคุยเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การมาซักถามแลกเปลี่ยนช่วยแก้ปัญหาได้เชิญผู้สนับสนุน เชิญนักวิชาการที่ไม่เห็นด้วย และเชิญพวกเรามา พูดคุย ถกเถียงข้อมูล  ตอบคำถาม ตอบได้ตอบไม่ได้ ชาวบ้านก็เป็นคนตัดสินใจเอง” ดิเรกกล่าว

IMG_1068 copy
ดิเรก เหมนคร ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนใต้ปกป้องสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ 

ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน เป็นมลพิษ และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นรถสุขาหรือสถานที่ประกอบศาสนกิจ ทางผู้ร่วมชุมนุมก็ยืนยันว่า จะอดอาหารและแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยความสงบ จนกว่าจะได้รับคำตอบและท่าทีจากพลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร ที่ 20 ก.พ. 2561 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ผู้ชุมนุมถูกหมายศาลเรียกตัวไปฟังคำไต่สวนคำร้องเรื่อง “ขอยกเลิกการชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับพฤติการณ์การชุมนุม”

โดยในวันเสาร์ที่ 17 และวันอาทิตย์ที่ 18 ก.พ. 2561 จะมีกิจกรรมร่วมแสดงจุดยืนและเสวนาจากนักวิชาการ พร้อมทั้งขอเชิญชวนชาวกรุงเทพฯ ที่สนใจมาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงพลังร่วมกับกลุ่มเครือข่ายต่อต้านโรงไฟฟ้ากระบี่-เทพา ตั้งแต่เวลา 8.30 เป็นต้นไป บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ

 

%d bloggers like this: