Community

ใครใคร่ค้า “กล้วยแขก” ค้า: การแข่งขัน จรรยาบรรณ และสันติภาพ

หิวกล้วยแขกเมื่อไหร่ก็แวะมา...นางเลิ้ง ร่วมล้วงลึกไปกับซิกเนเจอร์เด่นในย่านดัง ที่เบื้องหลังเต็มไปด้วยการแข่งขัน จรรยาบรรณ และสันติภาพ

เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนมาเป็นสีแดง เมื่อนั้นเป็นเวลาที่พนักงานขายระยะประชิดเริ่มทำงาน ขณะที่รถหลายคันซึ่งทอดตัวยาวบนถนนก็รับการจู่โจมอย่างชำนาญ ด้วยการลดกระจกลงพร้อมทั้งยื่นธนบัตรสีเขียวหนึ่งใบ เป็นที่เข้าใจว่า “เอากล้วยแขก 1 ถุง”

“กล้วยแขก” หรือ “กล้วยทอด” อาหารที่ขายบนผิวการจราจรในย่านนางเลิ้งไม่ได้เป็นเพียง “อาหารบรรเทาความหิว” หากแต่คือ “ซิกเนเจอร์” บนถนนที่อาจเป็นเพียงทางผ่านของใครหลายคน จึงไม่แปลกอะไรหากคุณนึกถึงนางเลิ้ง แล้วคุณจะนึกถึงกล้วยแขก!

แผนที่กล้วยแขก_Final_Online
แผนที่ลายแทงร้านกล้วยแขกในย่านนางเลิ้ง

เมื่อ “กล้วยแขก” งอกเป็น “ดอกเห็ด”

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2509 กล้วยแขกแม่กิมยุ้ย ได้ถือกำเนิดขึ้นในตรอกเล็กๆ บนถนนจักรพรรดิพงษ์ กลายเป็นใบเบิกทางแรกสู่การสร้างชื่อให้กับถนนสายกล้วยแขกในย่านนางเลิ้ง ก่อนที่จะมีกล้วยแขกแม่กิมล้งและกล้วยแขกเจ้าอื่นๆ ในเวลาต่อมา

นิสิตนักศึกษา คุยกับ ไพบูลย์ ชูประเสริฐวงศ์ ทายาทรุ่นที่สองของกล้วยแขกแม่กิมยุ้ย ขณะที่เขากำลังวุ่นอยู่กับการขายกล้วยแขกให้ลูกค้าขาประจำที่กำลังติดไฟแดงทางเข้าแยกจักรพรรดิพงษ์ ไพบูลย์ยืนยันว่า ร้านของตนเป็นร้านกล้วยแขกเจ้าเก่าเจ้าแรกในย่านนางเลิ้ง ก่อนจะเล่าถึงการเพิ่มขึ้นของคู่ต่อสู้ทางธุรกิจว่า แต่ก่อนมีร้านขายกล้วยแขกเพียงสามร้านเท่านั้น แต่ในยุคหนึ่งที่คนเห็นช่องทางว่ากล้วยแขกนั้นขายดี จึงเกิดการเลียนแบบธุรกิจตามกัน

“เขาทำอย่างอื่น อย่างขายส้มตำก็ไม่ดี พอเห็นว่ากล้วยแขกขายดีก็เลียนแบบ จนเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน มีคู่แข่งเยอะถึง 22 เจ้า มีทั้งทอดกล้วยแขกขายในบ้าน ขายในซอย ในตรอก ในวัดก็ยังมี เต็มไปหมด ทั้งยังลงมาแย่งกันขายบนถนนจนเกิดการร้องเรียนว่าเยอะเกินไป แล้วก็กินได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำให้เสียชื่อเสียง” ทายาทร้านกล้วยแขกแม่กิมยุ้ยกล่าว

กล้วยแขก เอี๊ย่มแดง
ไพบูลย์ ชูประเสริฐวงศ์ เจ้าของร้านกล้วยทอดแม่กิมยุ้ย เอี๊ยมแดง

ข้อตกลง “เอี๊ยม 6 สี” หลังความวุ่นวายบนถนนสายกล้วยแขก

กระทั่งความวุ่นวายบนถนนสายกล้วยแขกถึงหูผู้ดูแลรับผิดชอบความเรียบร้อยในพื้นที่ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีอำนาจการบริหารจัดการที่ดินย่านนางเลิ้ง จึงจับมือกันแก้ไขสถานการณ์เป็นการเฉพาะกิจ โดยเรียกประชุมผู้ค้ากล้วยแขกทั้ง 22 เจ้าเป็นการด่วนให้มาร่วมฟังและลงนามใน “ข้อตกลง” เกี่ยวกับการจัดระเบียบการค้ากล้วยแขก โดยมีเงื่อนไขที่คำนึงถึงความสะอาดของอาหาร ความปลอดภัยด้านการจราจร ความยุติธรรมในการแข่งขัน ตลอดจนความอยู่รอดของผู้ค้า

พ.ต.ท.วิโรจน์ สาขากร สว.จร.สน.นางเลิ้ง ระบุว่า ในตอนแรกห้ามการขายบนผิวการจราจร เมื่อรถติดก็ให้ผู้ขับรถเปิดประตูลงมาซื้อเอง โดยคนขายก็ขายอยู่ที่ร้าน แต่เพราะผู้ค้าเห็นว่ามันเป็นไปไม่ได้ จึงขอเดินไปขายบนถนนเมื่อมีคนยกมือ หรือขอลงไปแนะนำสินค้าเมื่อรถติดเท่านั้น

“สุดท้ายมีการกำหนดพื้นที่ขายชัดเจนว่า คุณอยู่ตรงนี้นะ อยู่ถนนนี้จากแยกนี้ไปแยกนี้ แล้วก็ให้สีละสองท่านในการดำเนินการ โดยต้องรอรถหยุด เขาเรียกแล้วค่อยเดินไป ไม่ใช่เดินถามว่าซื้อไหมครับๆ เรื่องสำคัญคือไม่ให้มีการร้องเรียน ถ้ามีโทรศัพท์ร้องเรียนมาเราก็ไปจับกุมทันที” พ.ต.ท.วิโรจน์กล่าว

ตำรวจ
พ.ต.ท.วิโรจน์ สาขากร สว.จร.สน.นางเลิ้ง

บังอร นิลเอวะ เจ้าของร้านกล้วยแขกแม่กิมล้ง เอี๊ยมขาว บอกว่า หลังจากผู้ค้าไปประชุมกันในครั้งแรก จากที่มีร้านขายกล้วยแขก 22 ร้านก็ค่อยๆ หดหายไป จนทุกวันนี้มีเพียงหกร้าน ซึ่งก็มีการแบ่งแยกร้านผ่านสีของเอี๊ยม ได้แก่ แดง ขาว น้ำเงิน ชมพู ม่วง และส้ม

“ข้อตกลงนี้เป็นการอะลุ่มอล่วยให้ ใครเคยขายเส้นไหนก็ขายไปเส้นไหนเส้นนั้น สมัยก่อนมีทะเลาะกันเพราะมีเรื่องทับเส้น แต่พอแบ่งโซนมันก็ไม่มีเรื่องอะไร” บังอรกล่าวและต่อว่า “ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกันดีที่สุด”

กล้วยแขกเอี๊ยมขาว
บังอร นิลเอวะ เจ้าของร้านกล้วยแขกแม่กิมล้ง เอี๊ยมขาว

ด้าน จตุพร บุญยะดาษ แม่ของเจ้าของร้านกล้วยแขก เอี๊ยมม่วง มองว่าการค้าขายต้องมีจรรยาบรรณ “เขาแบ่งกันถนนเส้นนี้เส้นนั้น ป้าไม่เดินไปขายตรงตลาดหรือหน้าร้านเอี๊ยมสีอื่น ของใครของมัน ป้าไม่ระรานใคร หากเป็นเราโดนเขาระรานเป็นไง เราจะเสียใจไหม”

กล้วยแขกเอี๊ยมม่วง
จตุพร บุญยะดาษ แม่ของเจ้าของร้านกล้วยแขก เอี๊ยมม่วง

ขีดเส้นทำเลทอง…มองในมุมนักการตลาด

ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ข้อตกลงระหว่างผู้ค้ากล้วยแขกสร้างความมีระเบียบมากขึ้น แต่ก็เป็นดาบสองคมในเชิงการตลาด เพราะไม่ใช่การแข่งขันแบบปกติ

“ต้องดูว่าคุณภาพของกล้วยแขกแต่ละร้านใกล้เคียงกันมากน้อยเท่าไหร่ ถ้าคุณภาพสินค้าต่างกันมากๆ การควบคุมอาจเข้ามามีผลต่อการแข่งขัน สมมติลูกค้าอยากซื้อกล้วยแขกของร้านเอี๊ยม A มากๆ แต่บังเอิญขับรถไปถนนฝั่งที่เอี๊ยม A ไม่ได้ขายเพราะว่าเป็นหน้าร้านของเอี๊ยมอื่น ก็ไม่ได้ซื้อเอี๊ยม A แต่อาจจะซื้อเอี๊ยม B แทน ทำให้เอี๊ยม A ซึ่งตั้งใจผลิตสินค้าดีๆ ก็อยู่ไม่ได้”

อาจารย์นักการตลาดระบุว่า การขายสินค้าประเภทเดียวกันในย่านเดียวกันทำให้คนจดจำสินค้าได้ง่ายขึ้น “เมื่อขับรถผ่านถนนเส้นนี้ คนจะตระหนักได้ว่าย่านขึ้นชื่อเรื่องกล้วยแขก แต่ผู้บริโภคจะซื้อหรือไม่ซื้อเป็นสิทธิ์ของเขา” และแนะผู้ประกอบการอีกด้วยว่า ควรพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอผ่านผลิตภัณฑ์หรือบริการ “ถ้ากล้วยแขกเราดีจริง ลูกค้าอยากกินจริงๆ ว่าเอี๊ยมนั้นอร่อย สุดท้ายลูกค้าจะดิ้นรนมาหาเอี๊ยมนั้นๆ เอง”

 

%d bloggers like this: