Community Interview Lifestyle

ย่านเก่ากล้องฟิล์ม : กิจการที่ยังมีลมหายใจบนถนนพลับพลาไชย

เรื่องราวของจุดเริ่มต้น ความรุ่งเรือง-ซบเซา และการปรับตัวที่เล่าจากผู้คนในกิจการร้านกล้องฟิล์มเก่าแก่บนถนนพลับพลาไชย ในวันที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว และกล้องฟิล์มเกือบต้องตายไปกับกาลเวลา

เรื่อง : จิรัชยา ปุญญฤทธิ์

ภาพ : ศุภกานต์ ผดุงใจ และ ฑิฆัมพร ธรรมเที่ยง

 “หากพูดถึงทองแล้วคิดถึงเยาวราช กล้องฟิล์มก็ต้องที่นี่แหละ…พลับพลาไชย” ศิริณี อุรุนานนท์ หรือ น้าเล็ก อายุ 50 ปี ทายาทรุ่นที่สองของร้านอุปกรณ์โฟโต้ หนึ่งในกิจการด้านอุปกรณ์ถ่ายภาพย่านเจริญไชยกล่าว

ในยุคที่การถ่ายภาพยังคงพึ่งพาแผ่นฟิล์มอยู่ ถนนพลับพลาไชยฝั่งถนนเจริญกรุง ตรงข้ามซอยแปลงนามคือแหล่งรวมร้านขายอุปกรณ์ถ่ายภาพ และนับเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่โดดเด่นประเภทหนึ่งของชุมชนเจริญไชย

ณ ช่วงปี 2520 ย่านนี้เต็มไปด้วยกิจการร้านกล้องนับสิบร้าน แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงห้าร้านเท่านั้น ได้แก่ ร้านพลับพลาไชยโฟโต้ อุปกรณ์โฟโต้ ฤทธิชัยโฟโต้ และชมรมอุปกรณ์ รวมถึงร้านไชยโฟโต้ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเจริญกรุง ห่างจาก 4 ร้านนี้ ออกไปไม่ไกลนัก

น้าเล็กเล่าถึงความเป็นมาของย่านเก่าแห่งนี้ว่า การที่บริเวณหนึ่งจะกลายเป็นแหล่งรวมของกิจการประเภทเดียวกันนั้นไม่ได้เกิดจากการนัดหมายกันของเจ้าของร้าน “เดิมทีตึกแถวตรงนี้มีร้านขายอุปกรณ์ถ่ายภาพอยู่แล้วร้านหนึ่ง ชื่อร้านเมโทร แต่ต่อมาพอเห็นว่ากิจการน่าสนใจและมีผลตอบรับที่ดี ตลาดดูคึกคัก ก็มีมาเปิดตามๆ กันจนเต็มไปหมด” 

ด้วยเหตุนี้เองส่วนหนึ่งของย่านเจริญไชยจึงกลายเป็นย่านกล้องฟิล์มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และไม่มีใครในวงการกล้องที่ไม่รู้จักย่านนี้

กล้องฟิล์มและอุปกรณ์ถ่ายภาพต่างๆ ที่ขายอยู่ในร้านไชยโฟโต้

ผู้ก่อตั้งกิจการร้านกล้องในย่านนี้มีจุดเริ่มต้นจากพื้นฐานชีวิต ทั้งความชำนาญหรือความรู้ความสามารถดั้งเดิมที่มีอยู่แล้ว และความหลงใหลในกล้องฟิล์ม จนกลายมาเป็นแรงขับเคลื่อนในการดำเนินกิจการ

คุณอาฉัตรชัย โรจนพรทิพย์ วัย 63 ปี ทายาทรุ่นที่สองของร้านฤทธิชัยโฟโต้ เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของร้านว่า “ก่อนที่จะเปิดร้าน คุณพ่อเขาเคยเป็นพนักงานขายอุปกรณ์ถ่ายภาพในบริษัทกล้องใหญ่ๆ มาก่อน รู้เรื่องกล้องเยอะ ทีนี้พออยากจะทำร้านเป็นของตัวเองก็เลยแยกออกมาเปิดเป็นร้านนี้”

ส่วนน้าเล็กแห่งร้านอุปกรณ์โฟโต้เล่าว่า คุณพ่อของน้าเล็กเป็นคนชอบกล้อง ชอบการถ่ายรูป
อยู่แล้ว และมักจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องกล้องอยู่เสมอ ก่อนที่จะเปิดกิจการก็หัดซ่อมเองมาตลอด

น้าเล็ก – ศิริณี อุรุนานนท์ และคุณแม่ เจ้าของร้านอุปกรณ์โฟโต้

ในช่วงปี 2530 2540 จนถึงช่วงก่อนปี 2550 เป็นยุครุ่งเรืองของวงการกล้องฟิล์ม น้าเล็กกล่าวเสริมว่า “ตอนนั้นกิจการในย่านนี้คึกคัก สินค้าต่างๆ ก็ขายดี บางวันขายฟิล์มได้เป็นพันๆ ม้วน หรืออย่างบริการรับล้างฟิล์ม วันหนึ่งก็มีเป็นร้อยๆ ม้วน”

อากงจำนง ทวีเติมสกุล วัย 82 ปี เจ้าของกิจการร้านไชยโฟโต้ เล่าว่า ในยุคนั้นวิถีชีวิตของคนกับกล้องต่างจากยุคนี้มาก กว่าจะได้มาแต่ละภาพนั้นมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ถ้าใครต้องการใช้ภาพสวยๆ อย่างเช่นภาพติดบัตรหรือภาพครอบครัว ก็จะต้องไปถ่ายที่ร้าน ดังนั้น เมื่อกิจการร้านถ่ายรูปไปได้ดี กิจการของอากงก็ขายดีไปด้วย

อาม่าวันเพ็ญ ทวีเติมสกุล และอากงจำนง ทวีเติมสกุล เจ้าของร้านไชยโฟโต้

กระทั่งมาถึงช่วงปี 2550 เมื่ออุปกรณ์ต่างๆ ที่เคยเป็นแอนะล็อกถูกแทนที่ด้วยระบบดิจิทัล แม้ผู้บริโภคจะได้รับความสะดวกสบายและตื่นตาตื่นใจกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ทว่าสินค้าหลายอย่างที่เคยขายดีในยุคเทคโนโลยีสมัยเก่ากลับได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อถามถึงบรรยากาศของย่านนี้ในช่วงที่กล้องฟิล์มถูกแทนที่ด้วยกล้องดิจิทัล น้าเล็กบอกว่า “ช่วงนั้นที่ซบเซา ขายฟิล์มไม่ดีก็คือเงียบเลย บางวันขายไม่ได้สักม้วนเดียว และเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีด้วย ทำให้ยิ่งเงียบไปกันใหญ่”

ไม่ต่างจากอาม่าวันเพ็ญ ทวีเติมสกุล วัย 82 ปี เจ้าของร้านไชยโฟโต้ที่กล่าวถึงผลกระทบจากการก้าวสู่ยุคดิจิทัลว่า ลูกค้าลดลงไปมาก จนร้านกล้องในย่านนี้ต้องปิดกันไปหลายร้าน เพราะคนส่วนใหญ่ซื้อแต่กล้องดิจิทัล ไม่มีใครมาหาซื้อฟิล์มแล้ว ทั้งลูกค้าทั่วไปหรือร้านถ่ายรูปต่างก็เปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัล

ร้านอุปกรณ์โฟโต้ เปลี่ยนจากการขายอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม มาเป็นขายกรอบรูปแทน

จากกล้องสู่กรอบ : การปรับตัวเพื่ออยู่รอด

คุณอาฉัตรชัยเล่าถึงการปรับตัวในช่วงที่กิจการกล้องฟิล์มซบเซาลงว่า “พอทุกอย่างกลายเป็นดิจิทัล สินค้าที่เกี่ยวกับกล้องฟิล์มเริ่มขายไม่ได้ บริษัทแม่ที่ต่างประเทศก็เลิกผลิตไปด้วย เลยไม่มีของป้อนมาให้ขาย ทีนี้ไม่ใช่แค่ไม่มีคนซื้อ แต่มันไม่มีของให้ขาย เราก็ต้องปรับตัว”

คุณอาฉัตรชัย โรจนพรทิพย์ เจ้าของร้านฤทธิชัยโฟโต้

ร้านฤทธิชัยโฟโต้จึงเปลี่ยนสินค้าหลักที่ขายภายในร้าน จากอุปกรณ์ถ่ายภาพแบบฟิล์มไปสู่การขายกรอบรูปเป็นหลัก คุณอาฉัตรชัยเสริมว่า แม้ในช่วงแรกที่เริ่มปรับตัวจะมีคนพูดกันไปว่ากิจการของคุณอาไม่น่าจะไปรอด แต่แล้วผลปรากฏว่ากรอบรูปขายดีมาก ร้านอื่นๆ ที่ยังอยากเปิดกิจการอยู่บางร้านจึงหันมาขายกรอบรูปตามๆ กันไป

ด้านคุณอาธนินทร์ ตองอ่อน วัย 55 ปี พนักงานและช่างภาพเก่าแก่ประจำร้านชมรมอุปกรณ์ กิจการร้านให้บริการถ่ายรูปด่วนหนึ่งเดียวในย่านนี้ ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ในการทำงานที่ร้านนี้ว่า ตนไม่ได้อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เริ่มต้นกิจการ แต่ก็มาทันช่วงที่ร้านยังมีการขายอุปกรณ์ถ่ายภาพระบบฟิล์มอยู่ แต่เมื่อมีระบบดิจิทัลเข้ามา ส่งผลให้สินค้าระบบฟิล์มแบบเดิมขายแทบไม่ได้ จึงปรับเปลี่ยนมาขายกรอบรูป และเพิ่มบริการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลแทน

คุณอาธนินทร์ ตองอ่อน พนักงานร้านชมรมอุปกรณ์

ทว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ กล้องฟิล์มคืนชีพกลับมาเป็นกระแสนิยมอีกครั้งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้กิจการร้านค้าที่ขายอุปกรณ์ถ่ายภาพในย่านนี้เดินหน้าต่อไปได้

ทายาทรุ่นที่สองของร้านอุปกรณ์โฟโต้เล่าว่า “ช่วงหลังมานี้ พอกล้องฟิล์มกลับมาฮิต ร้านเราจากที่ไม่มีคนก็กลับมาขายได้อีกครั้ง แต่ก็ไม่เท่าเมื่อก่อนตอนที่เริ่มต้นมีกล้องฟิล์มเกิดขึ้นมาใหม่ๆ ในยุคแอนะล็อกยุคที่ยังไม่มีกล้องดิจิทัล”

น้าเล็กกล่าวต่อว่า เหตุที่การกลับมาของกระแสกล้องฟิล์มไม่ได้ทำให้กิจการถึงขั้นรุ่งเรืองอีกครั้งเหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากของที่ขายได้ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพอย่างสินค้าจำพวกฟิล์ม น้ำยาล้างฟิล์ม และซองใส่ฟิล์ม รวมถึงมีบริการรับล้างฟิล์ม แต่เนื่องจากลูกค้าก็เป็นเพียงคนเฉพาะกลุ่ม มีจำนวนไม่มาก ไม่ใช่คนทั่วไปเหมือนในยุคที่กล้องถ่ายภาพมีแต่กล้องฟิล์ม ยอดขายในช่วงนี้จึงแค่ดีขึ้น แต่ไม่ได้ถึงขั้นดีมากดังแต่ก่อน

ตารางแสดงฟิล์มแบบต่าง ๆ ที่ติดอยู่หน้าร้านอุปกรณ์โฟโต้

เมื่อถามว่าเหตุใดจึงยังคงดำเนินกิจการนี้อยู่ ทั้งๆ ที่ในตอนนี้ไม่ใช่ยุคเฟื่องฟูของกล้องฟิล์มดังเช่นช่วงสิบกว่าปีที่แล้ว คำตอบที่ได้จากเจ้าของกิจการร้านกล้องฟิล์มในย่านเก่าแก่นี้คือ คุณค่า และความจำเป็นต่อผู้ที่ยังใช้กล้องฟิล์มอยู่

อากงจำนงแห่งกิจการร้านไชยโฟโต้บอกว่า การเป็นผู้รับเข้าสินค้าโดยตรงจากผู้ผลิตเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ยังอยู่ได้ “ด้วยความที่ร้านเราเป็นร้านที่นำเข้าอุปกรณ์พวกนี้มาเองจากต่างประเทศ เราจึงเป็นเหมือนตัวแทนจำหน่ายของร้านกล้องอื่นๆ และช่างภาพอีกทีหนึ่ง ถ้าเราไม่ขาย เขาก็คงไปหาซื้อจากที่อื่นได้ยาก”

ส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ถ่ายภาพที่เป็นสินค้าในร้านไชยโฟโต้

ในแง่คุณค่าของอุปกรณ์ถ่ายภาพระบบฟิล์ม คุณอาฉัตรชัยมีความคิดเห็นว่า กล้องฟิล์มจะให้ภาพที่มีมิติในแบบที่กล้องดิจิทัลทำไม่ได้ ส่วนน้าเล็กมองว่า ภาพจากกล้องฟิล์มที่อัดลงบนกระดาษมีคุณค่าทางจิตใจและคงทนกว่า เพราะมีกระบวนการที่ต่างจากการถ่ายภาพด้วยอุปกรณ์ดิจิทัล

“การถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์มมันเหมือนงานศิลปะนะ ต้องใช้ความคิดและความตั้งใจ จะถ่ายแต่ละภาพก็ต้องเล็งแล้วเล็งอีก และต้องมารอลุ้นกันอีกทีว่าภาพจะออกมาใช้ได้ไหม ไม่เหมือนกล้องดิจิทัลที่ถ่ายๆ ไป ได้เห็นรูปเลย ไม่ชอบก็ลบได้” น้าเล็กกล่าวทิ้งท้าย

ภาพถ่ายจากกล้องฟิล์มที่อัดลงบนกระดาษซึ่งถูกเก็บไว้ในตู้ที่ร้านอุปกรณ์โฟโต้

ระหว่างทางการเปลี่ยนแปลงของร้านอุปกรณ์กล้องฟิล์มย่านพลับพลาไชยจากความรุ่งเรืองสู่ความซบเซา สะท้อนว่าทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา 

กิจการหลายรูปแบบอาจไม่ได้โชคดีเหมือนวงการกล้องฟิล์มที่มียังมีคนเห็นคุณค่าจนมีโอกาสกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ดังนั้น สำหรับเจ้าของกิจการเหล่านี้ การรับมือและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กิจการคงอยู่ได้ต่อไป

%d bloggers like this: